
1. ดื่มน้ำสะอาด เพื่อช่วยขับสารพิษ
เมื่อร่างกายได้รับฝุ่นละออง ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดจะเกิดการอักเสบได้ง่าย การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะน้ำจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี และช่วยให้กลไกการขับของเสียในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เน้นดื่มน้ำความสะอาด : ในช่วงที่มลพิษสูง การเลือกน้ำดื่มที่มีมาตรฐานการกรองที่ละเอียดจะช่วยลดภาระของร่างกาย ไม่ให้ต้องรับสิ่งเจือปนอื่นๆ เพิ่มเติม
จิบน้ำบ่อยๆ: แทนการดื่มน้ำปริมาณมากในครั้งเดียว ให้เน้นการจิบน้ำสะอาดตลอดทั้งวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุทางเดินหายใจ

2. อาบน้ำ ชำระล้างร่างกายทันทีเมื่อถึงบ้าน
ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเกาะติดอยู่ตามเส้นผม ผิวหนัง และเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ การ “อาบน้ำ” ทันทีที่กลับเข้าบ้านจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสดชื่น แต่คือการกำจัดมลพิษออกจากตัวเพื่อไม่ให้เราสูดดมเข้าไปขณะพักผ่อน
อุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม: การอาบน้ำอุ่นในอุณหภูมิที่พอดี (ประมาณ 36-38 องศาเซลเซียส) จะช่วยขยายรูขุมขน ทำให้ชำระล้างฝุ่นที่ตกค้างตามผิวหนังได้สะอาดล้ำลึกกว่าน้ำเย็น ทั้งยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้นจากไอน้ำอ่อนๆ
ผ่อนคลายลดความเครียด: มลภาวะส่งผลต่อความเครียดของร่างกาย การมีเครื่องทำน้ำอุ่นที่ได้มาตรฐาน ปรับอุณหภูมิได้เสถียร จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและหลับสบายขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลายจากมลพิษได้ดีที่สุด

มลภาวะภายนอกเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยาก แต่เราสามารถควบคุม “คุณภาพชีวิต” ภายในบ้านได้ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลสุขอนามัย ทั้ง ระบบกรองน้ำดื่ม ที่มั่นใจได้ว่าสะอาดบริสุทธิ์ และ เครื่องทำน้ำอุ่น ที่มอบความสบายและชำระล้างร่างกายได้อย่างหมดจด คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาวครับ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่จะมาดูแลคุณภาพน้ำดื่มและน้ำอุ่นภายในบ้านให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยในช่วงนี้ ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณนะครับ
